<?xml version="1.0" encoding="ISO-8859-1"?>

<!DOCTYPE rss PUBLIC "-//Netscape Communications//DTD RSS 0.91//EN"
 "http://my.netscape.com/publish/formats/rss-0.91.dtd">

<rss version="0.91">

<channel>
<title>โรงพยาบาลสันกำแพง</title>
<link>http://www.skph.org</link>
<description>PHP-Nuke Powered Site</description>
<language>en-us</language>

<item>
<title>รวมพลัง ลดเสี่ยง เลี่ยงเบาหวาน</title>
<link>http://www.skph.org/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=71</link>
<description>โดย....งานสุขศึกษา กลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน   โทร. 053-446635<br>


องค์การอนามัยโลกและสหพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation : IDF) 
ได้กำหนดวันที่ 14 พฤศจิกายน  ของทุกปีเป็นวันเบาหวานโลก (World Diabetes Day)  โรคเบาหวานเป็นได้ไม่เลือก เด็ก ผู้ใหญ่ รวยหรือจน ชายหรือหญิง เป็นเพชฌฆาตเงียบ คร่า 1 ชีวิตใน ทุก 8 วินาที 
และในทุก 1 ปี มี1 ล้านคนที่เท้าถูกตัดเพราะเบาหวาน สาหรับประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข และสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ได้กำหนดคำขวัญวันเบาหวานโลก ปี ๒๕๕๔ ที่ใช้ในการรณรงค์ คือ รวมพลัง ลดเสี่ยง เลี่ยงเบาหวาน เพื่อสร้างกระแสตื่นตัวให้ประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยงได้ตระหนักถึงภัยคุกคามจากโรคเบาหวาน มีความรู้ ความเข้าใจถึงสัญญาณเตือนของโรคเบาหวาน และปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานรวมถึงส่งเสริมให้ผู้ป่วยโรคเบาหวาน มีความรู้เกี่ยวกับการดูแลตนเอง เพื่อป้องกันหรือชะลอการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 
มาตรการในการป้องกันโรคเบาหวาน โดยควบคุมปัจจัยเสี่ยงของตนเองได้แก่ บุหรี่ สุรา จัดการอารมณ์ ส่งเสริมด้านโภชนาการ และส่งเสริมการเคลื่อนไหวร่างกาย ดังนี้ <br>
1. อาหาร เลือกรับประทานอาหารไม่หวานจัด มันน้อย และเค็มน้อย รับประทานผัก และผลไม้สดที่ไม่หวานจัด บริโภคเกลือหรือผลิตภัณฑ์ที่มีเกลือผสมให้น้อยกว่า
1 ช้อนชา น้ำตาลน้อยกว่า 4-6 ช้อนชา ( ขึ้นกับกิจกรรมทางกายในแต่ละวันด้วย ) <br>
2. ออกกาลังกาย ประมาณ 30 -60 นาที อย่างน้อย 5 วัน / สัปดาห์ และเพิ่มกิจกรรมทางกายให้กระฉับกระเฉง <br>
3. อารมณ์ ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย จัดการความเครียดอย่างเหมาะสม <br>
4. ไม่สูบบุหรี่ ควรงดสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงจากสถานที่มีควันบุหรี่ เนื่องจากสภาพแวดล้อมดังกล่าวส่งผลให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้แม้ไม่สูบเอง<br> 
5. ลดดื่มสุรา โดยผู้ชายดื่มไม่เกิน 2 แก้วมาตรฐานต่อวัน ผู้หญิงดื่มไม่ควรเกิน 1 แก้วมาตรฐานต่อวัน และไม่ควรดื่มทุกวัน <br>
6. ผู้มีอายุ 35 ปี ขึ้นไป ควรไปตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง และควรทราบค่าตัวเลขที่ประเมินความเสี่ยงของตัวท่าน ได้แก่ ค่าความดันโลหิต รอบเอว น้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด เพื่อใช้วางแผนในการดูแลตนเองที่เหมาะสม<br>

ด้วยความปรารถนาดี<br>
						จาก ...โรงพยาบาลสันกำแพง<br>
								๑๐ พ.ย.๕๕
</description>
</item>

<item>
<title>บทความวันแม่</title>
<link>http://www.skph.org/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=70</link>
<description>... เช้าวันหนึ่ง..ที่โรงพยาบาล... ขอให้ชั้นดูหน้าลูกหน่อยได้มั๊ยคะคุณแม่คนใหม่เอ่ยขึ้น เมื่อห่อผ้าน้อย ๆที่อยู่ในอ้อมกอดเธอ เธอค่อยๆคลี่ผ้าที่ห่อออกเพื่อมองใบหน้าเล็ก ๆ กรี๊ด ด ด ด ด....เธอกรีดร้อง หมอต้องอุ้มเด็กออกไปอย่างรวดเร็ว เด็กทารกที่เกิดมาไม่มีใบหู และแล้วกาลเวลาพิสูจน์ว่าการได้ยินของเจ้าหนูไม่มีปัญหา ปัญหามีเฉพาะสิ่งที่มองเห็นภายนอกคือใบหูที่หายไป หลายครั้งที่เจ้าหนูกลับจากโรงเรียนแล้ววิ่งมาบอกแม่ เธอรู้ว่าหัวใจลูกปวดร้าวแค่ไหน เจ้าหนูพูดโพล่งออกมาอย่างน่าเศร้า พวกเด็กตัวโต พวกมันล้อผมว่า ไอ้ตัวประหลาด จนกระทั่งเจ้าหนูเติบโตขึ้นหล่อเหลา เป็นที่รักของเพื่อน ๆ เค้ามีพรสวรรค์ในด้านอักษรศาสตร์ วรรณคดี และดนตรี เค้าอาจได้เป็นหัวหน้าชั้น แต่เพราะเจ้าสิ่งนั้นทำให้เค้าไม่อยากเจอใคร ลูกต้องพบปะกับผู้คนบ้างนะลูก แม่กล่าวด้วยความสงสารลูก พ่อของเด็กชายปรึกษากับหมอประจำครอบครัว และได้รับข่าวดีจากหมอว่า ผมสามารถปลูกถ่ายใบหูได้ครับถ้ามีผู้บริจาคแต่ใครล่ะจะเสียสละใบหูเพื่อเด็กน้อยคนนี้ คุณหมอกล่าว จนกระทั่ง 2 ปีผ่านไป พ่อบอกกับลูกชาย ลูกเตรียมตัวไปโรงพยาบาลนะ พ่อกับแม่หาคนบริจาคใบหูที่ลูกต้องการได้แล้ว แต่นี่เป็นความลับ การผ่าตัดสำเร็จด้วยดี และแล้วคนคนใหม่ก็เกิดขึ้น เค้ากลายเป็นผู้มีพรสวรรค์ เป็นอัจฉริยะในโรงเรียน ในวิทยาลัย จนเป็นที่กล่าวขานกันรุ่นต่อรุ่น ต่อมาได้แต่งงาน และทำงานเป็นข้าราชการในสถานทูต วันหนึ่งชายหนุ่มถามผู้เป็นพ่อว่า พ่อครับใครเป็นคนมอบใบหูให้ผมมา ใครช่างให้ผมได้มากมาย แต่ผมไม่เคยทำอะไรเพื่อเค้าได้เลยสักนิด พ่อไม่เชื่อว่าลูกจะตอบแทนเค้าได้หมดหรอกเรื่องนี้..เป็นความลับ เราตกลงกันแล้ว พ่อตอบ หลายปีผ่านไป มันยังคงเป็นความลับ และแล้ววันนึง วันที่มืดมิดที่สุดผ่านเข้ามาในชีวิตลูกชาย แม่เค้าได้เสียชีวิตลง เค้ายืนข้างๆพ่อ ใกล้หีบศพของแม่ พ่อเรียกเค้า  มานี่สิลูก มานั่งใกล้ๆนี่ พ่อลูบผมแม่อย่างช้าๆ และนุ่มนวล ผมสีน้ำตาลแดงถูกเสยขึ้นจนมองเห็นใบหน้าที่มองดูเหมือนคนนอนหลับ และแล้วสิ่งที่ทำให้ลูกชายถึงกับต้องตะลึง ใบหูของแม่หายไป แม่ไม่มีใบหู นี่เป็นคำตอบที่ลูกอยากรู้มาตลอดชีวิต พ่อกระซิบผ่านลูกชาย แม่บอกพ่อว่าเธอดีใจที่ได้ทำอย่างนี้ ตั้งแต่วันผ่าตัด เธอไม่เคยตัดผมอีกเลย ไม่มีใครมองเห็นว่าเธอไม่สวยจริงมั๊ย?  จงจำไว้ สิ่งมีค่าที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การมองเห็น หากแต่อยู่ที่สิ่งที่เรามองไม่เห็น ความรักที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่เราได้ทำอะไรแล้วมีคนรับรู้ หากแต่อยู่ที่ สิ่งที่เรากระทำแล้วไม่มีใครรับรู้แต่ตัวเรารับรู้ว่ามันมีความสุข ความรัก บางครั้งไม่จำเป็นต้องพูดพร่ำเพรื่อ ไม่จำเป็นต้องบอก แต่การกระทำจะแสดงให้เห็นเอง 
</description>
</item>

<item>
<title>ศูนย์อนามัยที่ 10 เชียงใหม่ขอเชิญส่งบทความทางวิชาการเพื่อตีพิมพ์ในวารสารฯ</title>
<link>http://www.skph.org/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=69</link>
<description>      ศูนย์อนามัยที่ 10 เชียงใหม่ ได้จัดทำวารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมล้านนา เพื่อเผยแพร่ข่าวสารและความรู้ทางด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม รวมทั้งผลงานวิจัยทางด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม และเป็นสื่อเผยแพร่กิจกรรมและการดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ 10 เชียงใหม่และเครือข่าย แก่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และสาธารณสุข นักส่งเสริมสุขภาพและผู้สนใจ  โดยมีกำหนดตีพิมพ์ฉบับแรกในเดือนธันวาคม 2553 <br>
บทความที่รับพิจารณา<br>
-	ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม<br>
-	งานด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์การสาธารณสุข<br><br>
เจ้าหน้าที่ท่านใดมีความสนใจส่งบทความดังกล่าว ขอทราบรายละเอียดการปฏิบัติ 
ได้ที่ งานสุขศึกษา กลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน ค่ะ
</description>
</item>

<item>
<title>จิตวิญญาณ มีผลกระทบต่อพระพุทธศาสนาอย่างไร? </title>
<link>http://www.skph.org/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=68</link>
<description>คำว่า
จิตวิญญาณ
มีผลกระทบต่อพระพุทธศาสนาอย่างไร?<br><br>

         การยกเลิกการใช้คำว่า จิตวิญญาณ ในคำจำกัดความสุขภาพในพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ มีเหตุผลสำคัญที่มีผลกระทบต่อพระพุทธศาสนาเนื่องจากคำว่า   จิตวิญญาณ  เป็นการนำคำสองคำที่มีความหมายเหมือนกันมารวมกันหรือเป็นคำไวพจน์กันคือ คำว่า  จิต  และ วิญญาณ แล้วให้ความหมายใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม ก่อให้เกิดความสับสนเบี่ยงเบนไม่ถูกต้อง  คำทั้งสองนั้นนำมาจากภาษาบาลีและสันสกฤตซึ่งเป็นภาษาพื้นฐานของพระพุทธศาสนาที่จำเป็นต้องยึดตามความหมายเดิม เนื่องจากภาษาบาลีและสันสกฤตเป็นภาษาที่ตายแล้ว   หากนำมาใช้ไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อพระพุทธ ศาสนาได้  เพื่อความเข้าใจมากยิ่งขึ้นคำว่า จิต  หมายถึง ธรรมชาติที่รู้อารมณ์ สภาพที่นึกคิด  ความคิด ส่วนคำว่า ใจ และวิญญาณ เป็นคำๆ เดียวกัน เนื่องจากคำที่ใช้แทนกันได้ของคำว่า ใจ คือ มโน  มานัส  หทัย  และวิญญาณ)   คำว่าจิตวิญญาณที่นำมาใช้ยังเป็นคำที่ไม่เป็นที่ยอมรับของบัณฑิตยสถาน นั่นคือเป็นคำที่ไม่ใช่ภาษาที่เป็นทางการ     พระพรหมคุณาภรณ์  (พระธรรมปิฎก  หรือ ป. อ. ปยุตฺโต)  ได้พูดถึงเรื่อง   จิตวิญญาณ   เป็นคำที่ไม่มีความหมายเดิมที่เป็นหลัก  เป็นคำใหม่ที่กำหนดขึ้นมา  และได้เสนอให้หน่วยงานที่เป็นที่ยอมรับกำหนดความหมายให้  หรือ  กำหนดให้  คำว่า  จิตวิญญาณ  เป็นคำแปลในภาษาอังกฤษว่า  spiritual หรือ  spirituality  แต่ถึงอย่างไรก็ตามคนไทยก็ควรจะมีถ้อยคำเป็นของตัวเองพร้อมทั้งแนวคิดที่อยู่เบื้องหลัง ที่มีรากฐานทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่เพียงพอนอก จากนั้นคำว่า  spiritual  ยังเป็นคำที่อาจให้ความหมายที่สุดโต่ง  และเสี่ยงต่อการเข้าใจผิดคิดว่า spiritual มีความหมายในขอบเขตของ  จิต  เพื่อให้หนักแน่นจึงใช้  จิตวิญญาณ  ซึ่งที่สุดแล้วก็ให้ความหมายแยกกันไม่ได้  นอกจากนั้น  spiritual เป็นการนำเอาคำฝรั่งมาใช้โดยไม่ได้ศึกษาที่มาที่ไปของคำให้แน่ชัด  ประกอบกับผู้ที่ให้มาก็ให้แบบไม่ได้คิดถึงผลกระทบหรือความหมายที่จะนำไปใช้ได้  เมื่อเป็นเช่นนี้เราคนไทยก็ไม่จำเป็นต้องยอมรับเพราะเรารู้เท่าทัน  <br><br>

      ความหมายของ  spiritual  องค์การอนามัยโลกกล่าวไว้ว่า   เป็นสุขภาวะทางจิตวิญญาณอยู่เหนือสุขภาวะทางจิตแห่งโลกียวิสัยคือ ต้องไม่เห็นแก่ตัว  ไม่ยึดถือตัวตน  ยึดถือลัทธิวัตถุนิยม  แสวงหาแก่นแท้ของชีวิต  และที่สำคัญคือ เชื่อในพลังอำนาจที่เหนือกว่าตนในพระผู้เป็นเจ้าและในความรักเพื่อนมนุษย์ ซึ่งเป็นความเชื่อของศาสนาอื่นที่ไม่สามารถยอมรับให้เข้ามาแทรกซึมในพระธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาได้ นอกจากนั้นผู้รู้ทางพุทธศาสนายังยืนยันว่า คำว่า จิตวิญญาณ ไม่ปรากฏในพระธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาแต่อย่างใด  ในขณะที่พระพุทธศาสนานั้นเป็นอนัตตา  หมายถึงที่สุดแล้วในสิ่งที่จะนำไปสู่ทางแห่งความหลุดพ้น ทางที่เป็นประโยชน์  ได้สอนไปหมดแล้วไม่มีอื่นใดเพิ่มเติมไปกว่านี้อีก  แสดงว่านอกเหนือจากสิ่งที่สอนนั้นไม่เป็นประโยชน์  ไม่เป็นทางอันนำไปสู่ความหลุดพ้นหรือนิพพานจึงไม่ได้สอนไว้ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ที่จะอ้างอิงคำคำนี้ในนามของพระพุทธ ศาสนา   
ดังนั้น หากมีการนำคำว่า  จิตวิญญาณ  มาใช้ใน  พรบ. สุขภาพแห่งชาตินั้นจะมีผลกระทบอย่างมากต่อประชาชนคนไทย   ทั้งความหมายที่ผิดเพี้ยนไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ   ที่สำคัญยังมีการอ้างอิงพระธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาด้วยการสื่อให้เข้าใจผิดเบี่ยงเบน และมีความพยายามที่จะสอด แทรกแนวคิดของศาสนาอื่นให้เกิดการยอมรับและเผยแพร่ออกไปในนามของภาครัฐอย่างกว้างขวางนั้น ก็เท่ากับว่าทุกอย่างนั้นถูกต้องและได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ  ซึ่งเป็นสิ่งที่พุทธศาสนิกชนคนไทยที่มีมากถึงร้อยละ 94 ในแผ่นดินนี้ยอมรับไม่ได้   <br><br>

      	ด้วยเหตุนี้คำว่า จิตวิญญาณ จึงได้ถูกตัดออกจากร่าง พรบ. สุขภาพแห่งชาติ  พ.ศ.  2550 จากเดิมคำว่า สุขภาพ หมายความว่าภาวะของมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทางจิตวิญญาณ เป็น สุขภาพ หมายความว่า ภาวะของมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย  ทางจิต  ทางปัญญา  และทางสังคม  พรบ. สุขภาพแห่งชาติ  พ.ศ.  2550 ให้ไว้  ณ  วันที่  3  มีนาคม 2550  และได้ให้ความหมายของคำว่า  ปัญญา  หมายความว่า  ความรู้ทั่ว  รู้เท่าทัน และเข้าใจอย่างแยกได้ในเหตุผลแห่งความดี  ความชั่ว  ความมีประโยชน์และความมีโทษ  ซึ่งนำไปสู่ความมีจิตอันดีงามและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ <br><br>

	      พวกเรานักสาธารณสุข  เมื่อทราบถึงความหมายและที่มาที่ไปของคำว่า  สุขภาพ  ใน  พรบ. สุขภาพแห่ง ชาติฉบับปัจจุบันแล้ว  สิ่งหนึ่งที่ได้คือหลักการและแนวคิดด้านสุขภาพ  แต่ที่สำคัญคือการนำไปสู่การปฏิบัติและพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนในหน้าที่ของตนอย่างเหมาะสมได้ อย่างไรนั้น   เป็นสิ่งที่ท้าทายเนื่องจากความหลากหลายในบริบท ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้ความพยายามพินิจพิเคราะห์ให้ครอบคลุมทั้งองค์รวมและองค์ร่วมอย่างถ่องแท้ก่อนที่จะดำเนินการใดๆ ตามที่ตั้งใจไว้   <br><br>       

___________________________________________________________________________________<br><br>
หมายเหตุ<br><br>

&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บทความนี้ได้จากการการเรียนการสอนในกระบวนวิชา สัมมนาสาธารณสุข (บว.สม. 901 791)<br>
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553   เสนอ รศ. ดร. เพ็ญประภา ศิวิโรจน์ ...ขอขอบคุณนักศึกษาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิตภาคพิเศษรุ่นที่7  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทุกท่าน
และที่สำคัญ ประธานนักศึกษาที่เป็นผู้เผยแพร่การนำเสนอในครั้งนี้


</description>
</item>

<item>
<title>พูดมาก เสียมาก พูดน้อย เสียน้อย ไม่พูด ไม่เสีย นิ่งเสีย โพธิสัตว์ </title>
<link>http://www.skph.org/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=67</link>
<description>คติธรรมคำสอน ของ หลวงปู่ทวด<br>
พิจารณาตัวเอง<br>
คืนหนึ่งก็ดี  วันหนึ่งก็ดี  ควรให้มีเวลาว่างสัก 5 นาที หรือ 10 นาที ไม่ติดต่อกับใคร 
ให้นั่งเฉยๆ คิดถึงเหตุการณ์ที่เราทำไปแต่ละวันๆ ว่า  ที่เราทำไปนั้นเป็นอย่างไร 
คือให้ปลีกตัวมีเวลาเป็นของตัวเองบ้าง  คิดเอาแต่เรื่องของตัว อย่าไปคิดเรื่องของคนอื่น เพราะมนุษย์เราส่วนมากทุกวันนี้  มักเอาแต่เรื่องของคนอื่นมาคิด  ไม่ค่อยคิดเรื่องของตัวเอง<br>
คัดลอกจากหนังสือ เรียนธรรมะบูชาพระสุปฏิปันโน เล่มของหลวงปู่ทวด
</description>
</item>

<item>
<title>เตือนประชาชนสันกำแพงดูบอลอย่างมีสติ</title>
<link>http://www.skph.org/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=66</link>
<description>โดย....งานสุขศึกษา กลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน  โรงพยาบาลสันกำแพง   โทร. 053-446635 ต่อ 301<br>


    เนื่องด้วย ขณะนี้เป็นช่วงของ เทศกาลฟุตบอลโลก 2010 ตรงกับช่วงเวลากลางคืนของไทย ทำให้ผู้ติดตามชมการถ่ายทอดสดต้องนอนดึก การนอนไม่เป็นเวลาประกอบกับพักผ่อนน้อย มีผลทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย อาจเกิดปัญหาสุขภาพตามมา โดยเฉพาะผู้มีโรคประจำตัวอาจทำให้อาการกำเริบหรือทรุดลงกว่าเดิมได้ <br>

    ดังนั้น เพื่อให้การชมกีฬาเป็นไปด้วยความสนุก ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายและดำเนินชีวิตตามปกติ จึงต้องรักษาสุขภาพ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือ<br><br>

        1.ไม่รับประทานอาหารก่อนนอน 4 ชั่วโมง <br>
        2.ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแม้จะไม่มีไขมัน แต่มีแคลอรีสูงเกือบเท่าไขมัน <br>
        3.งดขนมกรุบกรอบ เช่น มันฝรั่งทอด ป็อปคอร์น ขนมเหล่านี้มีผงปรุงรสที่มีโซเดียมสูง เป็นสาเหตุของโรคอ้วน โรคหลอดเลือดหัวใจ และทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น<br><br>

    หลายคนอาจทานอาหาร กับแกล้ม หรือขนม คู่ไปกับดื่มเหล้า-เบียร์ขณะดูบอล จากนั้นก็นอนทันที ซึ่งพลังงานสะสมส่วนเกินเหล่านี้จะกลายไปเป็นไขมันไตรกลีเซอไรด์ หรือไขมันชนิดเลว บางคนเห็นผลทันทีคือ น้ำหนักตัวเพิ่ม ลงพุง ที่สำคัญระยะยาวส่งผลร้ายต่อสุขภาพแน่นอน และสังเกตได้ว่าผู้ที่พักผ่อนน้อย เมื่อตื่นนอนจะรู้สึกไม่สดใส มีผลต่อการเรียน การทำงาน สิ่งที่ควรปฏิบัติช่วงที่พักผ่อนน้อยคือ 
<br><br>
        1.ดื่มน้ำให้เพียงพอ 1.5-2 ลิตรต่อวัน สร้างความสมดุลให้ร่างกาย ป้องกันอาการร้อนในที่มักเกิดเมื่อนอนดึก <br>
        2.หมั่นออกกำลังกาย <br>
        3.หาเวลาพักผ่อนคลายความอ่อนล้า <br>
        4.ไม่เครียดกับการแข่งขัน ดูกีฬาให้เป็นกีฬา หลีกเลี่ยงการเล่นพนัน เพราะจะทำให้เครียดเกินกว่าความเป็นจริง<br><br>

    การนอนดึกส่งผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น ภูมิต้านทานลดลง เป็นเหตุให้อาจเกิดอันตรายกับผู้ป่วยกลุ่มโรคหัวใจ เบาหวาน หลอดเลือดสมอง หอบ หืด ภูมิแพ้ และผู้ป่วยระบบประสาท เมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำลง บวกกับมีความเครียดเพิ่มขึ้น จะส่งผลต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย ทำให้มักพบข่าวที่ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดเสียชีวิตเนื่องจากการเชียร์ฟุตบอลได้ ดังนั้น หากทราบว่ามีโรคประจำตัวจึงควรหลีกเลี่ยงการนอนดึก และไม่เชียร์ฟุตบอลด้วยความเครียด<br><br>

ด้วยความปรารถนาดี<br>
จาก...โรงพยาบาลสันกำแพง
</description>
</item>

<item>
<title>โรคไข้เลือดออก โรคติดต่อหรือโรคทางสังคมและวัฒนธรรม</title>
<link>http://www.skph.org/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=65</link>
<description>โรคไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อที่เป็นปัญหาด้านสาธารณสุขมานานตั้งแต่ปี ค.ศ.1974  และได้มีความพยายามจากภาครัฐในหลายๆ รูปแบบในการควบคุมป้องกันโรคแต่ทว่า...ทำไมจึงไม่สามารถกำจัดโรคนี้ให้หมดไปได้ ทั้งที่บางช่วงเวลาก็ดูเหมือนว่าการดำเนินงานควบคุมป้องกันโรคเกือบจะได้ผล แต่สุดท้ายก็กลับมีการระบาดของโรคขึ้นมาใหม่ และได้ขยายวงกว้างมากขึ้นกว่าเดิมในเกือบทุกภูมิภาค  เกิดอะไรขึ้น  นี่เป็นคำถามที่น่าค้นหาคำตอบเป็นอย่างยิ่ง   แต่คำตอบที่พบได้ไม่ว่าจากภูมิภาคใดก็ตามที่ประสบปัญหาส่วนใหญ่เกิดจาก การที่ประชาชนไม่ให้ความร่วมมือในการเฝ้าระวังและป้องกันโรค  ไม่ใส่ใจ ไม่ตระหนัก แต่...เพราะอะไรที่ทำให้พวกเขาไม่ให้ความร่วมมือ เราเคยหาคำตอบเหล่านี้หรือไม่ ทำไมพวกเขาถึงไม่ให้ความสนใจต่อโรคนี้ คำตอบก็คือการทำงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขส่วนใหญ่จะมองว่าโรคไข้เลือดออกเป็นปัญหาของตน เป็นโรคนโยบาย ซึ่งจำเป็นต้องแก้ไขไม่เช่นนั้นแล้วก็จะถูกผู้บังคับบัญชาตำหนิได้  ในขณะที่ประชาชนไม่ได้เห็นเป็นปัญหาของเขา กอปรกับการทำงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่มักจะมองแต่ในเรื่องของการเกิดโรค พาหะนำโรค หรือสิ่งแวดล้อม แต่ไม่ได้มองถึงการดำเนินชีวิตประจำวัน วัฒนธรรม สังคม ที่เกี่ยวข้องกับโรคและคน ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ภาครัฐและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการทำงานใหม่ ซึ่งผู้เขียนคิดว่าน่าจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ประสบความสำเร็จ  ถึงแม้ว่าอาจต้องใช้เวลามากสักหน่อย แต่ก็น่าคุ้มค่ากับการรอคอยมิใช่หรือ<br><br>

....Vaccine 2010
</description>
</item>

<item>
<title>ความมีน้ำใจของคนรพ.สันกำแพง หายไปไหน</title>
<link>http://www.skph.org/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=64</link>
<description>สิ่งที่ผู้เขียนได้พบเห็นในวันนี้ และจากหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ พอที่จะนำมาเล่าสู่กันฟัง  บรรยากาศภายในรพ.กลายเป็นบรรยากาศที่เหมือนคนในสังคมเมืองมากขึ้นทุกวันคือ มักจะไม่สนใจในสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ของตัว ไม่ยอมที่จะหยิบยื่นเข้าไปช่วยเหลือ ต่างคนต่างทำงานในหน้าที่ของตนเอง ถึงขนาดที่ว่า การช่วยผู้ที่ไม่มีแรงที่จะยกของหนัก หรือช่วยหยิบยกอะไรน้อยๆ หรือการช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ก็ถูกมองผ่านเลยไป แม้ในฝ่ายเดียวกันก็ยังเกิดขึ้นเพราะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องของตน   ไม่ได้มีเพียงแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวหลายๆ ครั้งที่ผู้เขียนพบเห็นแต่ก็ได้เพียงเล่าสู่กันในเพื่อนฝูงที่พอจะเข้าใจกันเพียงแค่นั้น ว่าทำไมคนในรพ.ถึงเป็นอย่างนี้  แต่วันนี้ ช่องทางการเล่าเรื่องมีให้ทุกคนในรพ.ได้ใช้ ผู้เขียนจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้คงพอที่จะช่วยกันคิดวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางการพัฒนาศีลธรรม น้ำใจ ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรในด้านความรู้ความสามารถให้เกิดขึ้นกับคนในรพ.ด้วยเถอะ ถึงแม้ว่ามันจะยากเย็นแสนเข็ญเพียงใดก็ตาม แต่ก็เป็นความท้าทายที่เราควรจะพยายามทำมิใช่หรือ<br><br>
.............Vaccine 2010
</description>
</item>

<item>
<title>องค์กรแห่งการพัฒนาจริงหรือไม่</title>
<link>http://www.skph.org/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=63</link>
<description>ผู้เขียนทำงานอยู่ที่นี่ก็นานพอสมควร นานพอที่จะเห็นอะไรหลายๆ อย่างในองค์กรแห่งนี้  อยากแชร์ประสบการณ์กับผู้ร่วมงานทุกท่าน ว่า ณ ขณะนี้ ท่านเห็นองค์กรเป็นอย่างไร  ในความเห็นของผู้เขียน รู้สึกได้ว่าเจ้าหน้าที่หลายๆ คนเป็นบุคลากรที่มีความสามารถ  มีความกระตือรือร้นในการทำงาน  แต่ในบางครั้งก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา ที่ทำให้พวกเขาเกิดความท้อถอยในการทำงาน ซึ่งผู้เขียนเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ในวันนี้จึงอยากจะหาคำตอบร่วมกันกับทุกท่านซึ่งเป็นบุคลากรในองค์กรนี้ เพื่อที่เราจะได้ร่วมด้วยช่วยกัน พัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการพัฒนาต่อไป....<br>
	หวังว่าพวกเราคงยังมีไฟในการพัฒนาให้องค์กรเป็นบ้านที่น่าอยู่สำหรับทุกคน<br><br>																						Vaccine_2010
</description>
</item>

<item>
<title>เตรียมรับการประเมินค่าดัชนีลูกน้ำยุงลาย</title>
<link>http://www.skph.org/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=62</link>
<description> 

วันที่ 10 มิถุนายน 2553 ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลงที่ 10.4 เชียงใหม่ จะทำการประเมินค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายในโรงพยาบาลสันกำแพง ตามมาตรฐานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพองค์ประกอบที่ 3 ซึ่งโรงพยาบาลสันกำแพงเป็น 1 ใน 11 แห่งของโรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่ที่ขอรับการประเมินโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ในปี 2553 <br>

จึงขอความร่วมมือ จนท.ทุกท่าน รวมทั้งที่อาศัยในบ้านพักและแฟลต รพ.ได้ทำการสำรวจลูกน้ำยุงลายในภาชนะที่มีน้ำขัง ทั้งในพื้นที่ทำงานและบริเวณ<br><br>

ที่พักอาศัย และทำการบันทึกลงในแบบสำรวจที่ติดไว้ ทุกหน่วยงานและห้องพักทุกห้องค่ะ
</description>
</item>

</channel>
</rss>
